Get Adobe Flash player

พระครูสิริภาวนาภิรม

พระครูสิริภาวนาภิรม

พระครูสิริภาวนาภิรม

ผู้อำนวยการสถานปฏิบัติธรรมจอมทอง

หาอะไรอยู่เอ่ย ?

สถิติผู้เยี่ยมชม

002283576
วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ก่อน
เดือนนี้
เดือนก่อน
ทั้งหมด
93
1250
14470
14470
28704
53380
2283576

Forecast Today
1464

4.60%
12.69%
3.24%
3.05%
0.03%
76.39%
Online (15 minutes ago):12

Your IP:54.242.25.198

ผู้ออนไลน์อยู่ขณะนี้

มีสาธุชน 94 ท่าน ออนไลน์

ติดตามเราใน Facebookติดตามเราใน Google Plusติดตามเราใน Twitter

ประวัติสถานปฏิบัติธรรมจอมทอง

บ้านดอนหัน ต.โพนงาม อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์

----------------------------

 

          สถานปฏิบัติธรรมจอมทอง ตั้งอยู่หมู่ที่ ๑๓ บ้านดอนหัน ตำบลโพนงาม อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นสถานปฏิบัติธรรมที่พระครูสิริภาวนาภิรม (พระอาจารย์มหาชอบ พุทฺธสโร) ได้ริเริ่มก่อตั้ง โดยได้รับการบริจาคที่ดินจากสายญาติตระกูลทองด่านเหนือ และสายตระกูลจอมทรักษ์ ซึ่งคุณพ่อที จอมทรักษ์ พร้อมด้วยคณะญาติและพุทธศาสนิกชนชาวบ้านโพนงาม บ้านดอนหัน บ้านดงไทรทอง และหมู่บ้านใกล้เคียง ตลอดจนคณะศิษยานุศิษย์ของวัดพิชโสภาราม อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี ได้ร่วมกันบริจาคทรัพย์ในการริเริ่มก่อสร้างศาลา ลานธรรม รวมจนถึงเสนาสนะที่จำเป็นต่าง ๆ ตามกำลังศรัทธา

          เดิมสถานที่บริจาคสร้างสถานปฏิบัติธรรมนั้นเรียกว่า “ดอนญาคูโคตร” เนื่องจากมีเรื่องเล่าว่า มีพระภิกษุแต่โบราณกาล มีชื่อว่า “ญาคูโคตร” ได้เสียชีวิตไปแต่ไม่ไปผุดไปเกิด วิญญาณยังวนเวียนอยู่ในสถานที่เก่า ไม่ไปไหนมาไหน มีการเข้าสิงสู่ผู้คนอยู่ เนื่องจากกระทำผิดในศีลาจารวัตร อดีตเคยยักยอกของวัดมาเป็นของตน จำเป็นต้องอยู่ใช้กรรมเรื่อยมา

          และต่อมาก็ได้ปรับปรุงพื้นที่ป่าให้เป็นที่นา แต่ก็ยังรักษาแนวป่าไม้ให้เหลืออยู่บางส่วน จนมาถึงวาระสมัยของคุณปู่นนท์ คุณย่าเคน ทองด่านเหนือ ได้บุกเบิกป่าซึ่งเป็นที่ดอนให้เป็นที่นา และลูกหลานได้อาศัยในการประกอบอาชีพเพื่อทำการเพาะปลูกข้าว และได้ปรับปรุงพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์เรื่อยมาจนถึงช่วงวาระของคุณพ่อที จอมทรักษ์ และคุณแม่มะลิวรรณ์ จอมทรักษ์ (ทองด่านเหนือ) ก็ได้ดูแลและรักษามรดกที่บรรพบุรุษได้มอบให้ไว้จนถึงช่วงลูกหลาน และได้ใช้พื้นที่แห่งนี้ทำมาหากินในการเพาะปลูกและประกอบอาชีพเรื่อยมา จนกระทั่งในปี พ.ศ.๒๕๕๕ จึงได้มอบถวายสถานที่แห่งนี้เพื่อก่อสร้างเป็นสถานปฏิบัติธรรม

          ซึ่งคณะศรัทธาได้กำหนดให้วันวิสาขบูชาเป็นวันที่ถวายที่ดิน เนื่องจากเป็นวันประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน และเป็นวาระเนื่องในการเฉลิมฉลองพุทธชยันตี ๒,๖๐๐ ปี ของพระพุทธองค์ ตรงกับวันวิสาขบูชา วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ วันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๕ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาในการประกาศพระศาสนาครบ ๒,๖๐๐ ปี และเพื่อให้เป็นสถานที่ในการเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อให้พุทธศาสนิกชนทั่วไปได้มีโอกาสฝึกวิปัสสนากรรมฐานตามแนวทางสติปัฏฐาน ๔ ให้ถูกต้องและเกิดมรรคเกิดผลแก่การปฏิบัติ และเพื่อเป็นการสืบต่อพระพุทธศาสนาของพระสมณะโคดมให้เจริญรุ่งเรืองอยู่ครบตลอด ๕,๐๐๐ ปี โดยครั้งแรกได้ถวายที่ดินในการก่อสร้างสถานปฏิบัติธรรมจำนวน ๕ ไร่ ๒ งาน ๑๐๘ ตารางวา และครั้งที่ ๒ ถวายเมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๖ (วันครบรอบ ๑ ปี) จำนวน ..................ไร่ .................... งาน ....................... ตารางวา รวม .................. ไร่ .................... งาน ................... ตารางวา โดยใช้ชื่อ “สถานปฏิบัติธรรมจอมทอง” ซึ่งมาจากคำขึ้นต้นของนามสกุลผู้บริจาคที่ดิน คือ “จอมทรักษ์” และ “ทองด่านเหนือ” และได้กำหนดให้วันวิสาขบูชาของทุกปีเป็นวันครบรอบการก่อตั้งสถานปฏิบัติธรรมจอมทอง

นิมิตการแห่งศรัทธา

          สถานปฏิบัติธรรมจอมทอง ในอดีตเป็นที่นาและมีป่าไม้อยู่บางส่วน เดิมเป็นที่นาของคุณปู่นนท์ คุณย่าเคน ทองด่านเหนือ ได้บุกเบิกป่าซึ่งเป็นที่ดอนให้เป็นที่นา และลูกหลานได้อาศัยในการประกอบอาชีพเพื่อทำการเพาะปลูกข้าว และได้ปรับปรุงพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์เรื่อยมาจนถึงวาระของคุณพ่อที จอมทรักษ์ และคุณแม่มะลิวรรณ์ จอมทรักษ์ (ทองด่านเหนือ) ก็ได้ดูแลและรักษามรดกที่บรรพบุรุษได้มอบให้ไว้จนถึงช่วงลูกหลาน และได้ใช้พื้นที่แห่งนี้ทำมาหากินในการเพาะปลูกและประกอบอาชีพเรื่อยมา จนกระทั่งในปี พ.ศ.๒๕๕๕ จึงได้มอบถวายสถานที่แห่งนี้เพื่อก่อสร้างเป็นสถานปฏิบัติธรรม โดยมีมูลเหตุความเป็นมาดังต่อไปนี้

          นายจันทรเสน จอมทรักษ์ บุตรชายของคุณพ่อที คุณแม่มะลิวรรณ์ จอมทรักษ์ ได้เล่าสาเหตุถึงศรัทธาในการถวายที่ดินในการสร้างสถานปฏิบัติธรรมจอมทอง เนื่องจากในครั้งแรกได้ฝันไปว่า “ได้เห็นที่นาแปลงหนึ่งมีน้ำท่วมขังในแปลงนาข้าว มีน้ำมากแต่ไม่ท่วมต้นข้าว และมากจนล้นคันนา” แต่ก็ได้เก็บความฝันนั้นไว้โดยไม่ได้เล่าสู่ใครฟัง และไม่ได้คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปในอนาคต และครั้งที่สอง ประมาณเดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๕๕ ได้ฝันไปว่า “ตนได้ยืนอยู่บริเวณที่ดินของน้าชาย ซึ่งเป็นน้องชายของคุณแม่มะลิวรรณ์ จอมทรักษ์ (นายแสงจันทร์ ทองด่านเหนือ) แล้วมองไปทางทิศเหนือ เห็นแม่น้ำสายใหญ่ไหลแรงมาก และล้นท่วมมาจากชายป่าลงมาทางแปลงนาทางคลองชลประทานด้านทิศตะวันตก” ซึ่งในระยะเวลานั้น คุณพ่อที จอมทรักษ์ ได้ป่วยเกี่ยวกับท่อน้ำดี และเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น และในช่วงที่รักษาตัวอยู่นั้นได้บังเอิญหยิบหนังสือธรรมะเล่มหนึ่งขึ้นมาอ่าน ซึ่งเป็นประวัติการธุดงค์ของหลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาคโม ซึ่งท่านเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต และได้ธุดงค์ไปที่จังหวัดนครราชสีมา และได้นิมิตเห็นสถานที่แห่งหนึ่งอุดมไปด้วยน้ำ มีความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งท่านก็ได้ทำนายว่าต่อไปในอนาคต สถานที่แห่งนั้นจะเป็นศาสนสถานเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ และต่อมาสถานที่แห่งนั้นในปัจจุบันก็ได้จัดตั้งเป็นวัดตามคำทำนาย

          และในช่วงระหว่างที่คุณพ่อที จอมทรักษ์ ได้เข้ารับการรักษาตัวอยู่นั้น คุณตาประเสริฐ เพ็ชรด่านเหนือ พร้อมคณะ ได้เดินทางไปเยี่ยม และได้เล่าว่า พระครูสิริภาวนาภิรม (พระอาจารย์มหาชอบ พุทฺธสโร) พระอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนากรรมฐาน วัดพิชโสภาราม กำลังสืบหาสถานที่เพื่อทำการจัดตั้งเป็นสำนักวิปัสสนากรรมฐานภายในเขตจังหวัดกาฬสินธุ์ ต่อมาคุณพ่อที จอมทรักษ์ พร้อมคณะญาติ จึงได้ตกลงที่จะมอบถวายที่ดินเพื่อสร้างสถานปฏิบัติธรรม ซึ่งต่อมาก็คือสถานที่บริเวณที่นายจันทรเสน จอมทรักษ์ ฝันเห็นครั้งที่ ๒ แต่เนื่องจากมีพื้นที่ยังน้อยอยู่ จึงได้มีการปรึกษากับนายแสงจันทร์ ทองด่านเหนือ เพื่อขอแลกเปลี่ยนที่ดินอีกแปลง ซึ่งก็คือแปลงที่ฝันเห็นในครั้งแรกพอดี 

สถานปฏิบัติธรรมจอมทอง

๕๗/๑๓ บ้านดอนหัน ตำบลโพนงาม อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ๔๖๑๓๐

---------------------------------------------------------------------------

Copyright © 2013-2014, Jomthong Meditation Center. All Rights Reserved.