Get Adobe Flash player

หนังสือทำวัตรสวดมนต์แปล

หนังสือทำวัตรสวดมนต์แปล ฉบับ สถานปฏิบัติธรรมจอมทอง

หนังสือบริบูรณธรรม

หนังสือบริบูรณธรรม

หนังสือวิสุทธิธรรม

หนังสือวิสุทธิธรรม

พระครูสิริภาวนาภิรม

พระครูสิริภาวนาภิรม

พระครูสิริภาวนาภิรม

ผู้อำนวยการสถานปฏิบัติธรรมจอมทอง

หาอะไรอยู่เอ่ย ?

ตารางงานเผยแผ่

ตารางงานเผยแผ่ภาคปฏิบัติ เครือข่ายวัดพิชโสภาราม

สำนักปฏิบัติธรรมวัดพิชโสภาราม

สำนักปฏิบัติธรรม วัดพิชโสภาราม

สถิติผู้เยี่ยมชม

000675208
วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ก่อน
เดือนนี้
เดือนก่อน
ทั้งหมด
1235
1055
10459
11656
44002
52645
675208

Forecast Today
2952

8.19%
5.48%
6.75%
2.44%
0.03%
77.10%
Online (15 minutes ago):10

Your IP:54.205.144.54

ผู้ออนไลน์อยู่ขณะนี้

มีสาธุชน 16 ท่าน ออนไลน์

ธรรมบรรยาย เรื่อง "ความเพียร"

          เจริญพรญาติโยมสาธุชนผู้ที่ใคร่ในการรับฟังธรรมะก่อนนอน ซึ่งการรับฟังธรรมะก่อนนอนนั้นก็ถือว่าเป็นผู้ไม่ประมาท เพราะเราตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้าเราก็ไปวุ่นอยู่กับการทำมาหากินไปวุ่นอยู่กับการที่เราจะต้องรับผิดชอบต่อครอบครัว เพราะฉะนั้นการที่เราจะมาให้ทานรักษาศีลไหว้พระทำวัตรสวดมนต์เจริญภาวนานั้น มันจึงหาได้ยากแต่โอกาสที่เรามีอยู่ในก่อนนอนนี้เราก็ถือว่าเราทำประโยชน์ให้เกิดขึ้นมาแก่เราได้

           เพราะการที่เราทำมาหากินตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำนั้น ถือว่าเราทำเพื่อที่จะหาทรัพย์ภายนอก แต่ว่าเรามีจิตใจศรัทธาต่อการฟังธรรม เราตั้งใจฟังนี้ก็ถือว่าเรากำลังที่จะหาทรัพย์ภายใน ทรัพย์ภายนอกไม่สามารถที่จะติดตามเราไปในสัมปรายภพข้างหน้าได้ แต่ทรัพย์ภายในมีศรัทธา มีการฟังธรรม ไหว้พระ ทำวัตรสวดมนต์ ซึ่งเป็นบุญเป็นกุศลสิ่งเหล่านี้จะติดตามเราไปในสัมปรายภพได้

           เพราะฉะนั้นบุคลผู้ที่ฟังธรรมะก่อนนอนก็ถือว่าเป็นการหาทรัพย์ภายใน เป็นการรวบรวมเสบียงคือทรัพย์ภายใน เพื่อที่จะให้เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ตนเองนั้นเกิดความสุขสบายในภพหน้าชาติหน้า

           ซึ่งวันนี้อาตมภาพพระมหาชอบ พุทฺธสโร ก็จะได้น้อมนำธรรมะในเรื่องความเพียร มาบรรยายให้แก่ญาติโยมผู้ที่สนใจในการประพฤติปฏิบัติธรรมได้รับฟังตามสมควรแก่เวลา ซึ่งคำว่าความเพียรนั้นมาจากภาษาบาลี มีใจความว่า วิริยะ คือ วิริยะนั้นแปลว่าความเพียร คือเราเพียรละบาปละอกุศลให้มันหมดไปจากจิตจากใจของเรา เราเพียรละความเกียจคร้านเพียรละสิ่งที่มันเป็นอกุศลนั้นให้มันเบาลง ให้มันลดลงให้มันหมดไป ในลักษณะนี้เรียกว่า เพียร

           และวิริยะนั้นยังแปลว่า ละชั่วกระทำดี คือ บุคคลผู้ที่จะละชั่วกระทำดีนั้นต้องมีความเพียร จึงสามารถที่จะละได้เรียกว่าถอนตนจากอกุศลธรรมทั้งหลายทั้งปวงนั้นก็เพราะอาศัยความเพียร อกุศลธรรมคือความเกียจคร้าน ถ้าบุคคลใดไม่มีความเพียรก็ไม่สามารถที่จะถอนตนออกได้ หรือว่าการประพฤติผิดศีลต่างๆ ตั้งแต่ปาณาติบาตเป็นต้น บุคคลผู้ที่ไม่มีความขยัน ไม่มีความอดทนต่ออกุศลธรรมเหล่านั้น ก็ไม่สามารถที่จะตั้งอยู่ในคุณงามความดีได้เพราะฉะนั้นวิริยะนั้นจึงแปลว่า ละชั่วกระทำดี แปลว่าถอนตนจากอกุศลธรรมทั้งหลายทั้งปวง

           วิริยะนั้นยังแปลว่าธรรมเป็นที่ยังจิตและใจของบุคคลนั้นให้อาจหาญให้กล้าหาญ คือบุคคลผู้มีจิตใจประกอบไปด้วยความเพียรแล้วย่อมเป็นผู้ที่มีความกล้าหาญ เพราะบุคคลผู้มีความเพียรนั้นย่อมไม่หวาดหวั่นต่อภัยอันตรายทั้งหลายทั้งปวง ทำไมจึงไม่หวาดหวั่น เพราะว่าจิตใจของเขานั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณงามความดี อย่างเช่น เดินจงกรม นั่งภาวนาไม่หวาดหวั่นต่อหนาว ไม่หวาดหวั่นต่อร้อน ไม่หวาดหวั่นต่ออุปสรรคอันตรายทั้งหลายทั้งปวง ไม่หวาดหวั่นต่อความตาย เพราะอะไร เพราะว่าจิตใจที่ประกอบไปด้วยความเพียร ประกอบไปด้วยคุณงามความดีนี้ ย่อมไม่หวาดหวั่นอะไรทั้งสิ้น

           และความเพียรนี้ยังแปลว่า บุกเข้าไป รุกเข้าไป คือ บุกเข้าไปข้างหน้า รุกเข้าไปข้างหน้าเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ยังศีลก็ดี ยังสมาธิก็ดี ยังปัญญาก็ดี คุณงามความดีทั้งหลายทั้งปวงให้เต็มเปี่ยมอยู่ในจิตในใจ วิริยะนั้นท่านยังแปลว่า เดชแปลว่า อำนาจแปลว่าปราศจากความครั่นคร้ามไม่เกรงกิเลสแม้แต่เล็กน้อย วิริยะนั้นท่านยังแปลว่า ยังบุคคลให้รุ่งเรืองคือบุคคลจะรุ่งเรืองทั้งทางโลกก็ดี ทั้งทางธรรมก็ดี จักขาดเสียจากวิริยธรรมคือความเพียรนั้นไม่ได้ บุคคลผู้ที่จะประสบความสำเร็จในทางโลกก็ต้องมีความขยัน มีความหมั่นเพียรจึงสามารถที่จะประสบความสำเร็จได้ บุคคลผู้ที่จะประความสำเร็จในทางธรรม มีการยังสมาธิให้เกิดขึ้นมา มีการยังวิปัสสนาญาณให้เกิดขึ้นมา หรือว่าตลอดจนถึงการบรรลุมรรคผลนิพพานก็ดี ก็ต้องอาศัยความเพียร แต่ถ้าไม่มีความเพียรแล้วสิ่งเหล่านั้นก็ไม่สามารถที่จะเกิดขึ้นมาได้ เพราะฉะนั้นความเพียรนั้นจึงถือว่าเป็นสิ่งที่ยังบุคคลให้รุ่งเรืองทั้งทางโลกและทางธรรม

           และความเพียรนั้นท่านยังแปลว่า เป็นกำลัง คือ เป็นกำลังที่จะทำให้ศรัทธาของเรานั้นมีกำลัง อย่างเช่นท่านตรัสไว้ในกำลัง ๕ ประการคือศรัทธาพละ  กำลังคือศรัทธา วิริยพละ กำลังคือความเพียร สติพละ กำลังคือสติ  สมาธิพละ กำลังคือสมาธิ ปัญญาพละ กำลังคือปัญญา

           เพราะฉะนั้นความเพียรนั้นจึงถือว่าเป็นกำลังที่จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้คุณงามความดี  ทางโลกก็ดีทางธรรมก็ดีให้สำเร็จตามเป้าหมายได้

           และวิริยะนั้นท่านยังแปลว่า อุตสาหะ คือ บุคคลผู้มีความเพียรแล้วจึงมีความอุตสาหะถึงมันจะเหนื่อยยากขนาดไหนก็ตาม ก็ต้องมีความอุตสาหะมีความพยายามทำเรื่อยไป ทำให้ติดต่อ ทำให้ไม่ขาดระยะ ไม่ทิ้งเสียในระหว่างไม่ถอยหลัง นี้เป็นลักษณะของความเพียร

           และความเพียรนั้นท่านยังแปลว่า เป็นบ่อเกิดแห่งไตรสิกขา คือ ศีลก็ดีสมาธิก็ดี ปัญญาก็ดี จะเกิดขึ้นมาได้ก็ต้องอาศัยความเพียรถ้าไม่มีความเพียรแล้ว ก็ไม่สามารถที่จะรักษาศีลให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ได้ ถ้าไม่มีความเพียรแล้วก็ไม่สามารถที่จะยังสมาธิสมาบัติให้เกิดขึ้นมาในจิตในใจได้ ถ้าไม่มีความเพียรแล้วก็ไม่สามารถที่จะยังปัญญาทั้งที่เป็นโลกิยปัญญาและโลกุตรปัญญาให้เกิดขึ้นมาได้ เพราะความเพียรนั้นแหละเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ไตรสิกขาสมบูรณ์

           เพราะฉะนั้นความเพียรจึงเป็นบ่อเกิดแห่งศีล แห่งสมาธิ แห่งปัญญา และความเพียรนั้นท่านยังถือว่าเป็นหนทางที่ทำให้บุคคลนั้น ถึงความพ้นทุกข์ได้ ดังที่พุทธพจน์ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ทรงตรัสไว้ว่า  “วิริเยน ทุกขมจฺเจติ” คนล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียร คือบุคคลที่จะถึงความพ้นทุกข์ได้ คือ พระนิพพานนั้น ก็ต้องอาศัยความเพียร และความเพียรก็ถือว่าเป็นความเพียรชั้นสุดยอด คือ ความเพียรจนเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้วิปัสสนาญาณมันเกิด จึงสามารถที่จะพ้นทุกข์ได้

           แต่ถ้าวิปัสสนาญาณมันไม่เกิดขึ้นมา เราเดินจงกรมทั้งวัน นั่งภาวนาทั้งวัน ทำบุญทำทานทั้งวัน รักษาศีลทั้งวัน เราก็ไม่สามารถที่จะยังวิปัสสนาญาณให้เกิดขึ้นมา เราก็ไม่สามารถบรรลุมรรคผลนิพพานได้ แต่ความเพียรที่จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้บุคคลพ้นทุกข์ได้นั้น ต้องเป็นความเพียรที่สามารถยังวิปัสสนาญาณให้เกิดขึ้นมา เมื่อวิปัสสนาญาณมันเกิดขึ้นมาแล้ว ก็จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้บุคคลนั้นรู้จักทุกข์ ว่ารูปนามนั้นมันเป็นทุกข์อย่างไรก็จะเกิดความเบื่อหน่าย เกิดความอยากออกอยากหนีอยากหลุดอยากพ้นไปจากรูปจากนาม

           เมื่อจิตใจมันอยากออกอยากหนีอยากหลุดอยากพ้นไปจากรูปจากนาม ก็จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้จิตใจนั้นเข้มแข็งขึ้นมา เด็ดเดี่ยวขึ้นมา เอาจริงเอาจังขึ้นมา เมื่อจิตใจมันเอาจริงเอาจังขึ้นมาเด็ดเดี่ยวขึ้นมา ก็จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้มันวางเฉยต่อความยินดีในรูปก็ดี ในเสียงก็ดี ในกลิ่นในโผฏฐัพพะ ในธรรมารมณ์ คือมันวางเฉย

สถานปฏิบัติธรรมจอมทอง

๕๗/๑๓ บ้านดอนหัน ตำบลโพนงาม อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ๔๖๑๓๐

---------------------------------------------------------------------------

Copyright © 2013-2014, Jomthong Meditation Center. All Rights Reserved.