Get Adobe Flash player

หนังสือทำวัตรสวดมนต์แปล

หนังสือทำวัตรสวดมนต์แปล ฉบับ สถานปฏิบัติธรรมจอมทอง

พระครูสิริภาวนาภิรม

พระครูสิริภาวนาภิรม

พระครูสิริภาวนาภิรม

ผู้อำนวยการสถานปฏิบัติธรรมจอมทอง

หาอะไรอยู่เอ่ย ?

สถิติผู้เยี่ยมชม

002283538
วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ก่อน
เดือนนี้
เดือนก่อน
ทั้งหมด
55
1250
14470
14470
28666
53380
2283538

Forecast Today
1512

4.60%
12.69%
3.24%
3.05%
0.03%
76.39%
Online (15 minutes ago):6

Your IP:54.242.25.198

ผู้ออนไลน์อยู่ขณะนี้

มีสาธุชน 57 ท่าน ออนไลน์

ติดตามเราใน Facebookติดตามเราใน Google Plusติดตามเราใน Twitter

ธรรมบรรยาย เรื่อง "การบำเพ็ญบารมี"

สารบัญ

           ก็ขอปรับความเข้าใจกับคณะครูบาอาจารย์ตลอดถึงญาติโยมทุกท่านทุกคนว่า การฟังธรรมก็เหมือนกับการประพฤติปฏิบัติธรรมไปด้วย ฉะนั้นจึงขอให้คณะครูบาอาจารย์ตลอดถึงญาติโยมทั้งหลายนั้นได้นั่งสมาธิฟัง ขาขวาทับขาซ้ายมือขวาทับมือซ้ายตั้งกายให้ตรงดำรงสติให้มั่น ทางคณะญาติโยมผู้เป็นอุบาสิกาก็นั่งท่าเทพธิดา ทำกายของเราให้มั่นคงทำสติให้ตั้งมั่น เอาสติของเราไปไว้ที่หูข้างใดข้างหนึ่ง หูของเรามีอยู่สองข้าง ข้างใดที่ได้ยินเสียงชัดเจนเรียกว่าข้างนั้นรูปนามมันปรากฏชัดเราก็เอาสติไปกำหนดที่หูข้างนั้นกำหนดว่า “เสียงหนอๆ” หรือเรากำหนดว่า “ได้ยินหนอๆ” คำใดคำหนึ่งตามที่เราถนัดแต่ว่าเราตั้งสติไว้ที่หูของเรามีสติกำหนดจดจ่อกำหนดว่า “ได้ยินหนอๆ” เรื่อยไปจนกว่าเราจะได้สมาธิไปแต่ขอให้เราจำให้ได้ว่าเราจะเข้าสมาธิไปตอนผู้เทศน์ เทศน์ถึงคำว่าอะไรเราจึงขาดความรู้สึกไป หรือว่าขณะที่เราฟังการบรรยายธรรมไป บางครั้งเราภาวนาพองหนอยุบหนอไป บางคนบางท่านก็ถนัดกำหนดที่เสียงในขณะที่รับฟังธรรมเทศนาแต่ถ้าเรากำหนด “พองหนอยุบหนอ” ไป ขณะที่จิตของเรามันดิ่งเข้าไปๆ ก็ขอให้เราจำให้ได้ว่าดับลงไปตอนท้องพองหรือท้องยุบ ตอนเราหายใจเข้าหรือหายใจออก ตอนต้นพองกลางพองสุดพอง หรือต้นยุบกลางยุบสุดยุบ

           องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ทรงตรัสว่า ถ้าผู้ใดจำการดับไปของรูปของนามได้ ท่านกล่าวว่าแม้จะเอาสมบัติของมนุษย์ทั้งหลายทั้งปวงมากองสูงเท่ากับภูเขาเลากาต่างๆ เมื่อไปเปรียบเทียบกับอานิสงส์ของการจำการดับไปของรูปของนามเพียงครั้งหนึ่งนั้นไม่ได้ หรือจะเอาสมบัติของเทวดาทั้ง ๖ ชั้น นับตั้งแต่ชั้นจาตุมหาราชิกาไปถึงชั้นปรนิมมิตวสวัตดีมากองรวมกันอานิสงส์นั้นก็ไม่เท่ากับจำอาการเกิดดับของรูปของนาม เห็นความดับไปของรูปของนามเพียงครั้งเดียว หรือว่าเราจะเอาสมบัติของพรหมโลกของท้าวมหาพรหมต่างๆ มารวมกันสมบัติทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้นก็ยังแพ้การจำความเกิดดับ เห็นความดับไปของรูปของนามเพียงครั้งเดียวเรียกว่ามีอานิสงส์มาก

           ฉะนั้นญาติโยมทั้งหลายทั้งปวงที่มาประพฤติปฏิบัติธรรม เรามาประพฤติปฏิบัติธรรมเดินจงกรมนั่งภาวนานี้เราประพฤติปฏิบัติธรรมไปเพื่ออะไร เรามีจุดมุ่งหมายอย่างไรเราทั้งหลายจึงได้มาประพฤติปฏิบัติธรรม คณะครูบาอาจารย์บางท่านบางคนก็อาจจะเกิดความสงสัยเรามาประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่ออะไรหนอ อะไรทำนองนี้ การประพฤติปฏิบัติธรรมนั้นมีคุณเป็นอเนกานิสังสา มีอานิสงส์มากมายสุดที่จะนับเป็นอเนกประการ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ทรงตรัสไว้ว่า อเนกานิสังสา มีอานิสงส์มากมายเป็นอเนกประการ

           แต่ว่าการที่เรามาประพฤติปฏิบัติธรรมนี้ถือว่าเป็นการบำเพ็ญบารมี สร้างคุณงามความดีใส่ตัวของเรา แล้วก็สร้างคุณงามความดีให้เกิดขึ้นกับสังคม การที่พวกเราทั้งหลายเกิดขึ้นมาแล้วพวกเราทั้งหลายก็ประสบความทุกข์ต่างๆ นาๆ ทุกข์เพราะความโกรธ ทุกข์เพราะความโลภ ทุกข์เพราะความหลง ทุกข์เพราะราคะ ตัณหา อุปาทานต่างๆ ทุกข์เพราะกรรมที่มันให้ผล ที่เราเคยกระทำกรรมไม่ดี เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วกรรมเหล่านั้นตามให้ผล ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ ทำให้คนพิกลพิการ ทำให้ต้องเป็นคนยากจนข้นแค้นอนาถาต่างๆ หาเช้ากินค่ำหาอยู่หากินฝืดเคือง สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมาแล้วอานุภาพของสิ่งทั้งหลายที่เราเคยกระทำมา เป็นของเก่าที่เราเคยกระทำมา มาให้ผลในปัจจุบันนี้เพราะฉะนั้นสิ่งทั้งหลายทั้งปวงที่เรากำลังรับความทุกข์อยู่ก็ดีรับความสุขอยู่ก็ดี สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นเกิดจากสิ่งที่เราเคยกระทำมา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ทรงตรัสว่า กมฺมุนา วตฺตตี โลโก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม กรรมย่อมจำแนกสรรพสัตว์ทั้งหลายให้เลวบ้าง ให้ปานกลางบ้าง ให้ประณีตบ้าง สิ่งเหล่านี้ก็ล้วนแต่กรรม กรรมใครเป็นตัวกระทำ เราเองเป็นคนกระทำ เพราะฉะนั้นการที่คณะญาติโยมสาธุชนทุกท่านคณะครูบาอาจารย์ทุกรูปที่มาร่วมกันประพฤติปฏิบัติธรรมล้วนแต่มารวมกันสร้างกรรมดี สร้างบารมีใส่ตนเอง เพื่อที่จะให้เกิดความสุขความเจริญยิ่งๆ ขึ้นไปจนกว่าจะถึงพระนิพพาน

           ถ้าเราพิจารณาจริงๆ แล้วว่าพระพุทธศาสนาของเราเกิดขึ้นมาอย่างไร ถ้าเราพิจารณาถึงปฐมเหตุแห่งการเกิดของพระพุทธศาสนา ถ้าเราพิจารณาแล้วพิจารณาอีกตามพุทธประวัติเราก็จะทราบชัดว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่มาตรัสรู้สั่งสอนเวไนยสัตว์ทั้งหลายนั้นมีอยู่ ๓ ประเภท เรียกว่า ปัญญาธิกะ ผู้ยิ่งด้วยปัญญา ประเภทหนึ่ง สัทธาธิกะ ผู้ยิ่งด้วยศรัทธาประเภทหนึ่ง วิริยาธิกะ ผู้ยิ่งด้วยความเพียรประเภทหนึ่ง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระโคดมที่เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของพวกเรานั้นพระองค์ทรงเป็นพระพุทธเจ้าประเภทปัญญาธิกะ เป็นผู้ยิ่งด้วยปัญญา เมื่อเราศึกษาประวัติของพระองค์นั้นพระองค์ทรงบำเพ็ญบารมี ๔ อสงไขยกับอีกแสนมหากัปจึงได้ตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ และเมื่อเราพิจารณาว่าบำเพ็ญบารมี ๔ อสงไขยกับแสนมหากัปนั้นพระองค์ทรงบำเพ็ญบารมีอย่างไร ถ้าเราศึกษาพุทธประวัติเราก็จะทราบว่าพระองค์ทรงบำเพ็ญบารมี ๓๐ ทัศ บารมี ๓๐ ทัศคืออะไร คือบารมีขั้นต้น พระอุปบารมีขั้นกลางแล้วก็ปรมัตถบารมีขั้นสูงสุด บารมีแต่ละขั้นนั้น ๑๐ หัวข้อรวมกันทั้งอุปบารมี และปรมัตถบารมีก็รวมกันเป็น ๓๐ ข้อเรียกว่าเป็น ๓๐ ทัศ

           เพราะฉะนั้นการที่พวกเราทั้งหลายได้มาร่วมกันฟังเทศน์ฟังธรรม ร่วมกันประพฤติปฏิบัติธรรมนี้ก็ถือว่าเรามาร่วมกันบำเพ็ญบารมี องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ทรงบำเพ็ญบารมี ๓๐ ทัศ มีทานบารมีการให้ทาน ญาติโยมทั้งหลายทั้งปวงมาที่วัดสามแยกโพธาราม ซึ่งพระอาจารย์คงวัตร พร้อมด้วยคณะท่านได้จัดประพฤติปฏิบัติธรรมมาประมาณ ๗ ปีแล้ว พาญาติพาโยมให้ทานมาเป็นเวลา ๗ ปีแล้ว อันนี้ถือว่าพวกเราทั้งหลายได้มาสร้างทานบารมี ขณะที่เราทั้งหลายมาฟังเทศน์ฟังธรรมเราทั้งหลายมีโอกาสได้สมาทานศีล สมาทานศีล ๕ บ้าง สมาทานศีล ๘ บ้างอันนี้ก็ถือว่าเป็นการทำศีลให้มั่นคง เป็นการบำเพ็ญสีลบารมีแล้ว คณะครูบาอาจารย์ที่มาเข้าปริวาสกรรมประพฤติวุฒฐานวิธีก็ถือว่ามากระทำศีลของตนเองให้มั่นคง เป็นการทำศีลให้บริสุทธิ์หมดจด ไม่ขาด ไม่ทะลุ ไม่ด่าง ไม่พร้อย เป็นศีลบริสุทธิ์ เป็นไทไม่ตกเป็นทาสของกิเลสที่เปรอะเปื้อนด้วยราคะ ตัณหา ต่างๆ เรียกว่าเป็นผู้กระทำศีลของตนให้เป็นภาชนะทองรองรับเอาพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

           ถ้าผู้ใดบวชเข้ามาแล้วไม่มีศีลบริสุทธิ์ เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสข้อใดข้อหนึ่งเราจะมาประพฤติปฏิบัติธรรมเดินจงกรม นั่งภาวนาอย่างไร เราก็ไม่สามารถที่จะยังฌานสมาบัติให้เกิดขึ้นมาได้ ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน เราอยากจะให้มันเกิดทำอย่างไรมันก็เกิดขึ้นมาไม่ได้ เพราะอะไร เพราะจิตใจของเราไม่บริสุทธิ์ ร่างกายของเราไม่เป็นผู้ที่ทรงศีลไม่เป็นภาชนะทองที่จะรองรับเอาพระธรรมได้ เปรียบเสมือนกับพื้นแผ่นดินที่มันแห้งมีแต่กรวด มีแต่ทราย เราจะปลูกต้นไม้ให้มันเขียวชอุ่มชุ่มชื่นมันก็เกิดยาก แม้แต่หญ้าก็ยังเกิดยาก ถ้าดินตรงนั้นเป็นดินที่แห้งไม่มีน้ำ มีแต่หินแต่กรวดเป็นลานหิน เราจะปลูกหญ้าให้มันเขียวสักเส้นหนึ่งก็ยังยาก

           บุคคลผู้ไม่มีศีลก็เหมือนกันเราจะปลูกสมาธิ เราจะปลูกวิปัสสนาญาณ เราจะปลูกวิชชา ๓ ปฏิสัมภิทาญาณ ๔ อภิญญา ๖ เราจะปลูกการบรรลุมรรคผลนิพพานแม้แต่พระโสดาบันก็ไม่สามารถที่จะเกิดขึ้นมาได้ เพราะฉะนั้นการที่ญาติโยม คณะครูบาอาจารย์ทั้งหลายได้มาร่วมกันประพฤติวุฒฐานวิธี ปริวาสกรรมจึงถือว่าเป็นการกระทำศีลของตนเองให้มั่นคง เรียกว่าถ้าผู้ใดขาดตกบกพร่องโดยประการใดประการหนึ่ง หรือเผื่อเหนือตกใต้ เราทั้งหลายทั้งปวงก็มาประพฤติปริวาสกรรมกัน ถ้าผู้ใดประพฤติปริวาสกรรมแล้วแม้แต่เราสมาทานปริวาสเสร็จการประพฤติปฏิบัติธรรมนั้นก็เป็นไปเพื่อให้ได้ฌานสมาบัติ เป็นไปเพื่อให้ได้ซึ่งวิปัสสนาญาณ เป็นไปเพื่อการบรรลุมรรคผลนิพพานได้ ถึงเราจะไม่อัพภาน เรายังอยู่ในห้วงของปริวาสกรรม เราอยู่ในห้วงของการประพฤติมานัตต์ เราอยู่ในห้วงของอัพภานารหภิกขุ ในห้วงของภิกษุผู้ควรแก่การอัพภาน เรายังไม่ได้อัพภานเราก็สามารถที่จะได้บรรลุฌานสมาบัติ ได้บรรลุมรรคผลนิพพานได้

           เพราะฉะนั้นการประพฤติวุฒฐานวิธีนั้นจึงเป็นการบำเพ็ญสีลบารมีให้สมบูรณ์ขึ้นมา อันนี้เรียกว่าเรากระทำตามพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว เรียกว่าเรากระทำปฐมเหตุแห่งการเกิดพระพุทธศาสนาแล้ว หรือว่าเราบำเพ็ญการบวชเนกขัมมบารมี ญาติโยมทั้งหลายทั้งปวงมาบวชรักษาศีล ๘ เดินจงกรมนั่งภาวนาอดอาหารเย็น คณะครูบาอาจารย์ก็มาบวช เป็นพระภิกษุภาวในพระพุทธศาสนาเรียกว่าเราบำเพ็ญเนกขัมมบารมี หรือว่าออกจากกามคุณ ออกจากการคลุกคลีด้วยรูป ด้วยเสียง ด้วยกลิ่น ด้วยรส ด้วยสัมผัสด้วยอารมณ์ต่างๆ มาถือเพศเป็นพรหมจรรย์ ประพฤติพรหมจรรย์เนกขัมมะ ประพฤติเพื่อจะออกจากกามคุณทั้งหลายทั้งปวง ถือว่าเรามาบำเพ็ญเนกขัมมบารมีให้เจริญยิ่งๆ ขึ้นไป

           แล้วเราได้มาเจริญวิปัสสนากัมมัฏฐาน เจริญสมถกัมมัฏฐาน ขณะที่เราภาวนา “พองหนอยุบหนอ” เราเห็นต้นพอง กลางพอง สุดพอง เห็นต้นยุบ กลางยุบ สุดยุบ เวลาเราก้าวขวาก้าวซ้ายเราเห็นต้นยก กลางยก สุดยก ต้นย่าง กลางย่าง สุดย่าง เราเห็นอาการคู้ อาการเหยียด อาการก้ม อาการเงย มีสติ มีสัมปชัญญะสมบูรณ์ดี ท่านกล่าวว่าเรามาบำเพ็ญปัญญา การบำเพ็ญปัญญาเราต้องทำให้ใจของเราเป็นกลาง เราต้องทำใจของเราให้นิ่ง เราต้องทำใจของเราให้สงบเป็นสมาธิ เมื่อจิตใจของเรานิ่งสงบเป็นสมาธิจิตใจของเราก็ตั้งมั่น เมื่อจิตใจของเราตั้งมั่นไม่หวั่นไหว ปัญญา แสงสว่างแห่งธรรมย่อมปรากฏขึ้นมา สว่างตาด้วยแสงไฟ สว่างใจด้วยแสงธรรม เรียกว่าธรรมทั้งหลายทั้งปวงก็จะอุบัติขึ้นมาในใจของเรา ใจของเราก็จะรู้เหตุรู้ผล รู้บุญรู้บาป รู้เหตุเกิดของกิเลสตัณหาทั้งหลายทั้งปวง ปัญญามันจะเกิดขึ้นมาเพราะจิตใจตั้งมั่นเป็นสมาธิ เรามาประพฤติปฏิบัติธรรมในลักษณะอย่างนี้ก็ชื่อว่าเราทั้งหลายนั้นมาบำเพ็ญปัญญาบารมี เพื่อที่เราจะได้มีบารมีแก่กล้ายิ่งๆ ขึ้นไปจนกว่าจะได้บรรลุมรรคผลนิพพาน

           แล้วเรามาประพฤติวุฒฐานวิธีเข้าปริวาสกรรมนี้เราก็ยังได้มาบำเพ็ญวิริยบารมี เรียกว่าเรายังได้มาบำเพ็ญความเพียร การที่เราอดตาหลับขับตานอน หนาวเราก็ต้องนั่งฟังธรรม หนาวเราก็ต้องเดินจงกรม หนาวเราก็ต้องนั่งภาวนา หนาวเราก็ต้องแผ่เมตตา ถึงจะมียุง ถึงเราจะรำคาญหงุดหงิดเกียจคร้านอย่างไร เราก็ฝืนอารมณ์ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้นมาเดินจงกรมนั่งภาวนาเพื่อให้จิตใจของเรามันสงบ เพื่อให้สติของเรามันสมบูรณ์ สัมปชัญญะของเรามันสมบูรณ์ เพื่อให้เกิดศีล สมาธิ ปัญญา มรรคผลพระนิพพาน เรียกว่าเรามาบำเพ็ญวิริยบารมีแล้ว ขณะที่เราบำเพ็ญวิริยะบารมีนั้นบางครั้งเราก็ต้องใช้ความอดทน นั่งไปนานๆ มันอาจจะเกิดความเจ็บอาจจะเกิดความปวด อาจจะเกิดความง่วงเหงาหาวนอนเราก็ต้องอดทน มีความอดทน มีขันติตั้งมั่น เวลาเราเดินจงกรมบางครั้งมันเกียจคร้านโดยเฉพาะเราขึ้นมานัตต์ เราเดิน ๑ ชั่วโมง นั่ง ๑ ชั่วโมง ถ้าเราไม่มีความเพียรจริงๆ เราก็ไม่สามารถที่จะทำได้ต้องหลบเข้ากลดเข้าเต็นท์แล้วก็นอนสบายอะไรทำนองนี้ อันนี้เรียกว่าเราขาดความอดทน ความอดทนนั้นเป็นเครื่องประดับของนักปราชญ์ ความอดทนนั้นเป็นเครื่องประดับของนักพรต ความอดทนนั้นเป็นเครื่องประดับของบุคคลผู้ประพฤติปฏิบัติธรรม ถ้าผู้ใดประพฤติปฏิบัติธรรมขาดขันติคือความอดทนแล้ว บุคคลนั้นไม่สามารถบรรลุฌาน ไม่สามารถบรรลุมรรคผลนิพพานได้ เพราะความอดทนนั้นเป็นหัวใจของการประพฤติปฏิบัติธรรม เพราะฉะนั้นคณะครูบาอาจารย์ญาติโยมได้มาบำเพ็ญบารมีในการประพฤติวุฒฐานวิธีนี้ก็ถือว่าเป็นการบำเพ็ญขันติบารมีไปด้วย

สถานปฏิบัติธรรมจอมทอง

๕๗/๑๓ บ้านดอนหัน ตำบลโพนงาม อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ๔๖๑๓๐

---------------------------------------------------------------------------

Copyright © 2013-2014, Jomthong Meditation Center. All Rights Reserved.