Get Adobe Flash player

หนังสือทำวัตรสวดมนต์แปล

หนังสือทำวัตรสวดมนต์แปล ฉบับ สถานปฏิบัติธรรมจอมทอง

พระครูสิริภาวนาภิรม

พระครูสิริภาวนาภิรม

พระครูสิริภาวนาภิรม

ผู้อำนวยการสถานปฏิบัติธรรมจอมทอง

หาอะไรอยู่เอ่ย ?

สถิติผู้เยี่ยมชม

002283544
วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ก่อน
เดือนนี้
เดือนก่อน
ทั้งหมด
61
1250
14470
14470
28672
53380
2283544

Forecast Today
1512

4.60%
12.69%
3.24%
3.05%
0.03%
76.39%
Online (15 minutes ago):12

Your IP:54.242.25.198

ผู้ออนไลน์อยู่ขณะนี้

มีสาธุชน 63 ท่าน ออนไลน์

ติดตามเราใน Facebookติดตามเราใน Google Plusติดตามเราใน Twitter

ธรรมบรรยาย เรื่อง "สภาวะธรรม"

สารบัญ

           วันนี้ กระผมก็จะขอน้อมนำเอาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาบรรยายประกอบการประพฤติปฏิบัติธรรมของคณะครูบาอาจารย์ทั้งหลายสืบต่อไป วันนี้การประพฤติปฏิบัติธรรมของคณะครูบาอาจารย์ก็ถือว่าเป็นมานัตล่วงมาแล้ว ๒ ราตรี ราตรีที่ ๓ นี้กำลังจะผ่านพ้นไป เวลาแห่งการประพฤติปฏิบัติธรรมของคณะครูบาอาจารย์ก็สั้นลงไปทุกทีๆ เพราะฉะนั้นการประพฤติปฏิบัติธรรม วันนี้กระผมก็จะได้น้อมนำเอาสภาวะธรรม เอาอารมณ์ของกัมมัฏฐานนั้นมากล่าวตามสติปัญญา

           การประพฤติปฏิบัติธรรมของคณะครูบาอาจารย์ตลอดถึงคณะญาติโยมทั้งหลายที่มาประพฤติปฏิบัติธรรม เรามาประพฤติปฏิบัติธรรมก็เพื่อที่จะยังความสุขให้เกิดขึ้นแก่พวกเราทั้งหลาย แต่ว่าความสุขที่เกิดขึ้นแก่พวกเราทั้งหลายนั้นเป็นความสุขที่เหนือความสุขทั้งหลายทั้งปวง เป็นความสุขที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ทรงตรัสว่าประเสริฐ เป็นความสุขที่พ้นจากโลกีย์ เป็นความสุขที่เป็นโลกุตระซึ่งเกิดขึ้นมาจากการประพฤติปฏิบัติ เพราะฉะนั้นการประพฤติปฏิบัติที่คณะครูบาอาจารย์ตลอดถึงญาติโยมทั้งหลายทั้งปวงที่เสียสละเวลามาประพฤติปฏิบัติธรรมนี้จึงเป็นของหายาก จึงเป็นของที่พากเพียรให้เกิดขึ้นมายาก เป็นของที่จะสำเร็จแก่พระสงฆ์สามเณรนั้นก็ยาก เพราะอะไร เพราะว่าเป็นของละเอียด เป็นของสุขุม เป็นของลุ่มลึก เป็นของประณีต บุคคลจะบรรลุถึงจุดนั้นได้ด้วยความเพียร บุคคลจะเข้าถึงบุคคลนั้นได้ด้วยบุญวาสนาบารมีปุปเพกตปุญญตาที่ได้สั่งสมมาไว้มากจึงสามารถที่จะเข้าถึงคุณธรรมตัวนั้นได้

           ญาติโยมที่เข้ามาประพฤติปฏิบัติ สิ่งที่จะทำให้เกิดความประพฤติปฏิบัติธรรมประการที่ ๑ ก็คือการที่พวกเราทั้งหลายได้เข้าไปสู่สำนักของคณะครูบาอาจารย์ผู้ที่ท่านรู้แจ้งแทงตลอด เป็นสำนักที่สัปปายะ เป็นสำนักที่ควรแก่การที่เราจะเข้าไปศึกษาในภาคปฏิบัติเรียกว่า อุปนิสยะ เราต้องเข้าไปอาศัยสำนักเช่นนั้น เพราะว่าสำนักในประเทศไทยของเรานั้นมีมากมายเกินกว่าที่เราจะพรรณนาให้เสร็จสิ้นลงได้ ในแต่ละสำนักนั้นก็ถูกด้วยกันทั้งนั้น แต่จะถูกตามหลักของสมถะหรือวิปัสสนา หรือว่าตามหลักของคณะครูบาอาจารย์แต่ละรูป เพราะว่าการสอนแต่ละสำนักนั้นมีความหลากหลายแตกต่างกัน มีความละเอียดมากน้อยต่างกัน

           ทำไมจึงเป็นอย่างนั้น ก็เพราะว่าการบรรลุธรรมคือการรู้แจ้งซึ่งมรรคซึ่งผลซึ่งพระนิพพานนั้น บุคคลใดรู้แจ้งซึ่งธรรมโดยอาการอย่างไร บุคคลนั้นควรแนะควรสอนควรบอกกล่าวบุคคลอื่นโดยอุบายนั้น คือเรารู้แจ้งแทงตลอดซึ่งการบรรลุมรรคผลนิพพานโดยอุบายอย่างไร เราก็ต้องแนะนำพร่ำสอนบุคคลอื่นโดยอุบายอย่างนั้น เหมือนกับที่เราเห็นนั้นแหละ ครูบาอาจารย์ที่ท่านภาวนาพุทโธ ท่านรู้แจ้งแทงตลอดซึ่งการบรรลุมรรคผลทาง พุทโธ ท่านก็แนะนำสาวกหรือลูกศิษย์ทั้งหลายทั้งปวงนั้นให้ดำเนินตามปฏิปทาเห็นแจ้งตามที่ท่านรู้แจ้งแทงตลอด ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ก็เพราะท่านเป็นผู้ที่ชำนาญในอุบายนั้น เป็นผู้ละเอียดในอุบายนั้น เป็นผู้แตกฉานในอุบายนั้น เมื่อญาติโยมไปถามท่านสอบอารมณ์ท่าน ก็สามารถที่จะยกจิตยกใจของญาติโยมนั้นให้ผ่านพ้นสภาวะต่างๆ ได้เข้าถึงการบรรลุมรรคผลนิพพานได้

           ครูบาอาจารย์บางรูปที่ชำนาญใน สัมมาอะระหัง หรือว่าชำนาญใน นะมะพะธะ ท่านก็เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านของท่าน หรือว่าคณะครูบาอาจารย์อาจจะชำนาญในเรื่องกำหนด “พองหนอ ยุบหนอ” แล้วก็บรรลุมรรคผลนิพพานรู้แจ้งแทงตลอดซึ่งการบริกรรมพองหนอยุบหนอ ก็ต้องแนะนำญาติโยมคณะครูบาอาจารย์ผู้มาประพฤติปฏิบัติตามทางที่ตนเองได้เข้าถึง ได้บรรลุแล้ว อันนี้เป็นหลักการของการไปสู่สำนักต่างๆ

           เราจะกล่าวว่า ทำไมสำนักนี้ปฏิบัติไม่เหมือนเราหนอ หรือว่าสำนักนี้ทำไมบริกรรมไม่เหมือนกัน กำหนดไม่เหมือนกัน คือความฉลาด ความหลักแหลม ความละเอียดนั้นแล้วแต่ครูบาอาจารย์ที่จะออกอุบายที่ตนเองบรรลุ ตามที่ตนเองจะทำให้ลูกศิษย์ลูกหานั้นเข้าถึงคุณธรรม เพราะฉะนั้นเราจึงไปหาสำนักของครูบาอาจารย์ผู้รู้แจ้งแทงตลอด เพราะว่าธรรมะเกี่ยวกับการประพฤติปฏิบัติธรรมนั้นเป็นของละเอียด เป็นของลุ่มลึก บุคคลที่มาประพฤติปฏิบัติธรรมร้อยทั้งร้อย พันทั้งพัน หมื่นทั้งหมื่น แสนทั้งแสน ล้านทั้งล้าน ส่วนมากหลงทั้งนั้น หลงก่อนจึงค่อยฉลาด ความโง่นั้นเป็นอาจารย์ของความฉลาด คนทั้งหลายทั้งปวงนั้นโง่เสียก่อนจึงจะฉลาด เวลามาประพฤติปฏิบัติธรรมทั้งหลายก็เหมือนกันถูกกิเลสคือความโกรธ ความโลภ ความหลง ความเกียจคร้าน ความง่วงเหงาหาวนอนนั้นเป็นอาจารย์ของเรา เป็นสิ่งที่ทำให้เรานั้นหลงอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นสภาวะละเอียดอ่อนในการเจริญภาวนานั้นเป็นของลุ่มลึก

           อย่างเช่นเราเห็นนิมิตเวลาเรานั่งไปแล้วก็เห็นนิมิตเป็นแสงสว่างปรากฏขึ้นมา สิ่งที่เราไม่เคยเห็นแต่ไหนแต่ไรมา พอปรากฏขึ้นมานั้นใจของเรามันพองโตขึ้นมา ใจของเรามันตื้นตันขึ้นมา ใจของเรามันอิ่มเอิบขนลุกขนพองน้ำตาไหลขึ้นมา ทำไมมันเป็นอย่างนั้น เพราะมันเป็นสิ่งที่เรายังไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่เคยเห็นแสงสว่างแต่อยู่ดีๆ ภาวนาไปจิตใจมันสงบ แสงสว่างมันปรากฏขึ้นมา ความตื้นตัน ความอิ่มใจ น้ำตาไหล ขนพองมันปรากฏขึ้นมา เราก็คิดว่ามันเป็นของดี มันเป็นของเลิศทำให้เรามีความสุข ตั้งแต่เราเกิดมาเรามีความสุขในครั้งนี้แหละเป็นความสุขที่ประณีต สงสัยนี้คงจะเป็นดวงธรรม คงจะเป็นดวงแก้ว คงจะเป็นดวงมรรค ดวงผล ดวงพระนิพพานอะไรทำนองนี้ อันนี้บุคคลผู้ที่ไม่เคยศึกษาอยู่ในสำนักของครูผู้ผ่านการปฏิบัติมาอาจจะเข้าใจในลักษณะอย่างนี้

           หรือบางครั้งบางคราวบุคคลผู้ประพฤติปฏิบัติธรรม เมื่อประพฤติปฏิบัติธรรมไปบางครั้งมันเกิดปีติขึ้นมา ตัวโยก ตัวโคลง บางครั้งตัวของเรามันหมุนเหมือนกับลูกข่าง เหมือนกับว่าตัวของเรานั้นเป็นเกลียวหมุนได้ ในลักษณะอย่างนี้ก็มี มันหมุนไปได้เพราะอะไร เพราะอำนาจของปีติ อำนาจของสมาธิทั้งที่เวลามันหมุนนั้นแทนที่เราจะเหนื่อย แทนที่เราจะเกิดความลำบาก แต่พอเราหยุดการหมุนแล้วเหมือนกับว่าตัวของเรานั้นสบาย ความเจ็บ ความป่วย ความเมื่อย ความล้าตามแข้งตามขาตามหลังตามเอวต่างๆ หมดไป เพราะอะไร เพราะว่ามันเกิดปีติ ความเหนื่อย อย่างเช่นปวดแข้งปวดขาเรานั่งเป็นชั่วโมง มันทุกข์เหลือหลาย บุคคลผู้ไม่มีสมาธิ บุคคลผู้มีจิตฟุ้งซ่าน เวลาเดินจงกรม ๑ ชั่วโมง นั่ง ๑ ชั่วโมงจิตใจมันไม่สงบมันก็เกิดความปวด เกิดความระบมไปตามแข้งตามขา ตามหลังตามเอว ตามข้อต่างๆ แต่เมื่อเกิดปีติขึ้นมาแล้วก็เหมือนกับหมอเทวดาชั้นดี มานวดหายเป็นปลิดทิ้งเราก็พอใจยินดี สงสัยในลักษณะมันหมุนมันแกว่งอย่างนี้มันดีเราก็อยากให้มันเกิดอีก แล้วก็บางรูปบางท่านภาวนาไปแล้วก็เกิดความสงสัยต่างๆ

           เพราะฉะนั้นเราต้องเข้าไปหาสำนักของครูบาอาจารย์แล้วสิ่งสำคัญที่สุดเราต้องปลูกความเชื่อ ปลูกความศรัทธา ปลูกความเลื่อมใสว่าอาจารย์ที่เราเข้าไปหานี้สามารถที่จะพาเราบรรลุมรรคผลนิพพานได้ มีจิตใจมั่นคง มีจิตใจเที่ยงตรงต่อหลักคำสอนที่ท่านแนะนำพร่ำสอน ไม่มีความสงสัยในปฏิปทาแห่งการปฏิบัติการประพฤติปฏิบัติธรรมจึงจะดำเนินไปด้วยความราบรื่น จึงดำเนินไปด้วยศรัทธาอันเต็มเปี่ยม แต่ถ้าเราสงสัยว่าเราจะเอาพุทโธดี หรือจะเอาพองหนอยุบหนอดี หรือว่าเราจะเอาสัมมาอะระหัง หรือว่าเราจะเอานะมะพะธะ หรือเราจะไม่กำหนดอะไรทั้งสิ้น เพ่งดูที่จิต ที่กายเฉยๆ ถ้าเรายังมีความเคลือบแคลงสงสัยอยู่ในลักษณะอย่างนี้เราก็ยังไปไม่ถึงไหน เพราะอะไร เพราะจิตไม่ตั้งมั่น ปัญญาย่อมไม่เกิด เมื่อจิตไม่ตั้งมั่นความรู้แจ้งย่อมไม่ปรากฏ เมื่อจิตไม่ตั้งมั่นวิปัสสนาญาณย่อมไม่เกิดขึ้นมา เพราะฉะนั้นสิ่งทั้งหลายทั้งปวงก็ต้องอาศัยจิตที่ตั้งมั่น

           การประพฤติปฏิบัติธรรมประการแรกก็คือเราต้องเข้าไปสู่สำนักของครูบาอาจารย์ผู้ที่เรามั่นใจว่าจะแนะนำพร่ำสอนเรานั้นให้ได้บรรลุมรรคผลนิพพาน เราคิดว่าท่านสามารถสอนเราให้ได้บรรลุมรรคผลนิพพานแล้วนั้นแหละเราจึงไปสู่สำนักนั้น อันนี้เป็นประการที่หนึ่ง เหมือนกับพระสารีบุตร กับ พระโมคคัลลานะสมัยเป็นอุปติสสะมานพ โกลิตะมานพ แสวงหาโมกขธรรมแสวงหาเท่าไรก็ไม่เจอ สัญชัย เวลัฏฐบุตร ซึ่งเป็นผู้ที่สามารถพูดจาปลิ้นปล้อน ลื่นไหลเหมือนปลาไหลไม่มีติดขัดพูดวาทะได้เก่งมาก มีวาทศิลป์มีวาทะกรรมนั้นเก่งไม่ติดไม่ขัดในปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น ท่านอุปมาอุปไมยว่าเหมือนกับปลาไหลลื่น ก็คิดว่าสำนักของสัญชัยนั้นจะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้พ้นจากความทุกข์ทั้งหลายทั้งปวงได้ พอเข้าไปอาศัยจริงๆ เรียนจบจริงๆ แล้วก็ไม่สามารถบรรลุมรรคผลนิพพานได้ ต่อเมื่อไปเจอพระอัสสชิเถระผู้มีความสำรวมอินทรีย์ มีการย่างการเดินการถอยกลับการคู้การเหยียดการก้มการเงย ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นมีสติมีสัมปชัญญะดี เกิดศรัทธา เกิดความเลื่อมใสว่าภิกษุรูปนี้คงจะเป็นพระอรหันต์รูปใดรูปหนึ่งในโลกแน่นอนก็เลยสะกดรอยตามไป เห็นท่านเดินก็เกิดความสุขใจพระเถระรูปนี้สำรวมเหลือเกิน ท่านจะคู้จะเหยียดจะก้มจะเงยงามเหลือเกิน ได้เกิดศรัทธาขึ้นมาก็ตามท่านไปจนกว่าท่านฉันเสร็จ เมื่อท่านฉันเสร็จแล้วก็ไปฟังธรรมจากท่าน พระอัสสชิเถระก็บอกว่าท่านเป็นผู้ใหม่ในพระธรรมวินัย เป็นผู้บวชใหม่ไม่สามารถที่จะแสดงธรรมได้พิสดารแต่จะขอแสดงธรรมโดยย่อแก่ท่าน อุปติสสมานพก็บอกว่า ข้าพเจ้าเป็นผู้ชื่อว่าอุปติสสมานพ ท่านไม่ต้องกล่าวธรรมโดยพิสดารแก่ข้าพเจ้าขอท่านจงกล่าวธรรมแต่โดยย่อแก่ข้าพเจ้า พระอัสสชิก็กล่าวว่า

                     เย ธมฺมา เหตุปฺปภวา      เตสํ เหตุํ ตถาคโต

                     เตสญฺจ โย นิโรโธ จ      เอวํวาที มหาสมโณ.

           ธรรมทั้งหลายเหล่าใดเกิดแต่เหตุ พระตถาคตตรัสเหตุแห่งธรรมเหล่านั้น และความดับไปแห่งธรรมเหล่านั้น

           เพียงเท่านี้ปัญญาของอุปติสสมานพก็แตกออกเป็นร้อยนัยพันนัย มีปัญญามากแล้วก็ได้บรรลุเป็นพระอริยบุคคล ได้บรรลุธรรมาภิสมัย พระสารีบุตรในสมัยที่เป็นอุปติสสมานพนั้นได้บรรลุเป็นอริยบุคคลตั้งแต่สมัยเป็นโยมแล้ว เพราะอะไร เพราะไปสู่สำนักของบุคคลผู้รู้จริง นี้มันต่างกัน ไปสู่สำนักของสัญชัยตั้งนานแต่ไม่ได้บรรลุมรรคผลนิพพาน ไปเจอพระอัสสชิเพียงครู่เดียว ธรรมะอันเหนือโลก เรียกว่าโลกุตรธรรมก็บังเกิดขึ้น ในจิตในใจของอุปติสสะมานพนั้นได้ เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญก็คือเข้าไปอาศัยสำนักของครูบาอาจารย์ผู้ที่ท่านรู้แจ้งเห็นจริง จึงเป็นสำนักที่เป็นสัปปายะ

สถานปฏิบัติธรรมจอมทอง

๕๗/๑๓ บ้านดอนหัน ตำบลโพนงาม อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ๔๖๑๓๐

---------------------------------------------------------------------------

Copyright © 2013-2014, Jomthong Meditation Center. All Rights Reserved.