Get Adobe Flash player

หนังสือทำวัตรสวดมนต์แปล

หนังสือทำวัตรสวดมนต์แปล ฉบับ สถานปฏิบัติธรรมจอมทอง

พระครูสิริภาวนาภิรม

พระครูสิริภาวนาภิรม

พระครูสิริภาวนาภิรม

ผู้อำนวยการสถานปฏิบัติธรรมจอมทอง

หาอะไรอยู่เอ่ย ?

สถิติผู้เยี่ยมชม

002283551
วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ก่อน
เดือนนี้
เดือนก่อน
ทั้งหมด
68
1250
14470
14470
28679
53380
2283551

Forecast Today
1512

4.60%
12.69%
3.24%
3.05%
0.03%
76.39%
Online (15 minutes ago):18

Your IP:54.242.25.198

ผู้ออนไลน์อยู่ขณะนี้

มีสาธุชน 70 ท่าน ออนไลน์

ติดตามเราใน Facebookติดตามเราใน Google Plusติดตามเราใน Twitter

ธรรมบรรยาย เรื่อง "การปฏิบัติให้ได้ผลเร็ว"

สารบัญ

           ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ไกลจากกิเลสตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง แม้ปรินิพพานไปนานแล้ว พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์ด้วยเศียรเกล้า กราบขอโอกาสพระเดชพระคุณหลวงพ่อผู้มีพระคุณอันยิ่ง ขอความสุขความเจริญในธรรมจงมีแก่ญาติโยมผู้สนใจในการประพฤติปฏิบัติธรรมทุกท่านทุกคน ณ โอกาสบัดนี้

           ก่อนอื่นก็ขอให้คณะครูบาอาจารย์ทั้งหลายได้นั่งสมาธิฟัง อาจจะเป็นการบรรยายธรรมน้อยๆ หรือว่าอาจจะเป็นการกล่าวธรรมะสั้นๆ นี้จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้คณะครูบาอาจารย์ได้สมาธิ สมาบัติ ได้เกิดปัญญา หรือว่าเกิดวิปัสสนาญาณ ได้เกิดความเข้าใจในอรรถในธรรม

           การประพฤติปฏิบัติธรรมที่คณะครูบาอาจารย์ ตลอดถึงญาติโยมทั้งหลายได้เข้ามาประพฤติปฏิบัติธรรมที่วัดพิชโสภาราม บางรูปบางท่านอาจจะไม่เคยมา ญาติโยมบางคนอาจจะไม่เคยมาประพฤติปฏิบัติ

           แต่ว่าเมื่อมาประพฤติปฏิบัติแล้วบางรูปบางท่านก็อาจจะไม่เข้าใจว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่สอนกรรมฐานมานาน พระเดชพระคุณหลวงพ่อสอนกรรมฐานอย่างนี้หรือ อะไรทำนองนี้

           การสอนกรรมฐานที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านได้ประสิทธิ์ประสาทให้แก่คณะศิษยานุศิษย์นั้นก็ถือว่าเป็นการสอนกรรมฐานแบบ สติปัฏฐาน ๔ เรียกว่าการสอนกรรมฐานแบบธรรมชาติ ผู้ใดใคร่จะประพฤติปฏิบัติธรรมจริงๆ แล้ว ผู้นั้นก็จะมีความเพียรมีความอุตสาหะ มีการประพฤติปฏิบัติธรรม แล้วก็ยังผลของการประพฤติปฏิบัติธรรมให้เกิดขึ้นมา

           เพราะว่าการเรียนกรรมฐานนั้นต้องอาศัยปุพเพกตปุญญตาที่คณะครูบาอาจารย์ตลอดถึงญาติโยมทั้งหลายได้สั่งสมอบรมมาดีแล้ว ฉะนั้นการสอนกรรมฐานนั้นจึงเป็นไปด้วยอำนาจของบุญ ญาติโยมตลอดถึงคณะครูบาอาจารย์ทั้งหลายมาประพฤติปฏิบัติส่วนหนึ่งด้วย

           ผลของการประพฤติปฏิบัติธรรมที่จะทำให้เกิดผลช้าหรือเร็วนั้นก็ขึ้นอยู่กับบุญเป็นส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับกรรมฐาน แต่กระผมก็จะขอกล่าวในส่วนกรรมฐานเบื้องต้นว่ากรรมฐานที่จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้คณะครูบาอาจารย์ที่มาประพฤติปฏิบัติธรรมนั้นได้รับผลของการประพฤติปฏิบัติธรรมไว

           ประการที่ ๑ ก็คือศีล ศีลนั้นถือว่าเป็นเบื้องต้นของการประพฤติปฏิบัติธรรม คณะครูบาอาจารย์ก็ดี คณะญาติโยมทั้งหลายก็ดี มาประพฤติปฏิบัติธรรมนั้นก็ควรมีศีลอย่างน้อยๆ ก็ต้องมีศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๑๐ ศีล ๒๒๗ ข้อ เพราะว่าศีลนั้นถือว่าเป็นอาทิพรหมจรรย์

           ถ้าผู้ใดมีศีลไม่บริสุทธิ์ อย่างเช่นเป็นพระไม่มีศีลบริสุทธิ์ บวชมาแล้วประพฤติผิดศีล อย่างเช่นต้องอาบัติสังฆาทิเสสเป็นต้น ถ้าต้องอาบัติในลักษณะอย่างนี้แล้วเวลามาประพฤติปฏิบัติธรรมก็ไม่สามารถยังจิตยังใจของบุคคลนั้นให้เกิดสมาธิขึ้นมาได้ จะเดินจงกรมอย่างไรๆ ก็ไม่สามารถจะยังจิตยังใจให้สงบเป็นสมาธิได้ เมื่อจิตไม่เป็นสมาธิความสงบแห่งจิตไม่มี เมื่อความสงบแห่งจิตไม่มีแล้วปัญญาญาณมันก็ไม่เกิด หรือว่าวิปัสสนาญาณมันก็ไม่เกิด

           เพราะฉะนั้นเบื้องต้นจึงมีการประพฤติวุฏฐานวิธี ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อให้เข้ากรรมฐานมาเป็นเบื้องต้นไม่ใช่ว่า ว่าให้คณะครูบาอาจารย์นั้นต้องอาบัติแต่ว่าเป็นการเผื่อเหนือตกใต้ เป็นการกระทำการประพฤติปฏิบัติธรรมให้กระชับมั่นคงยิ่งๆ ขึ้นไป เพราะฉะนั้นจะต้องมีการประพฤติวุฏฐานวิธีอันนี้ก็ขอให้คณะครูบาอาจารย์ได้เข้าใจว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อนั้นเน้นศีลเป็นเบื้องต้นในการประพฤติปฏิบัติธรรม

           ประการที่ ๒ เมื่อเรามีศีลเป็นเบื้องต้นในการประพฤติพรหมจรรย์แล้ว ก่อนอื่นที่เราจะประพฤติปฏิบัติธรรมนั้น เราต้องพิจารณาร่างกายของเรา พิจารณารูปนามของเราให้เห็นเป็นอนิจจัง เป็นทุกขัง เป็นอนัตตาเสียก่อน เพราะว่าเป็นพื้นฐานแห่งการที่จะนำเราไปสู่การประพฤติปฏิบัติธรรม ถ้าเรายังไม่เห็นรูปนามเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาแล้วจิตใจของเรายังถูกโมหะ ถูกความโกรธ ถูกความโลภ ถูกความหลง ถูกอวิชชาต่างๆ นั้น ครอบงำอยู่

           เมื่อเราถูกอวิชชาต่างๆ ครอบงำอยู่การที่เราจะประพฤติปฏิบัติธรรมด้วยจิตแรงใจแรง ประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อการบรรลุมรรคผลนิพพานนั้นมันก็เป็นไปได้ยาก เพราะฉะนั้นเราต้องพิจารณาร่างกายของเราว่ามันเป็นอนิจจัง เป็นทุกขัง อนัตตา เป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ทนอยู่ในสภาพนั้นไม่ได้ เป็นอนัตตาบังคับบัญชาไม่ได้ ไม่มีตัวไม่มีตน อันนี้เรียกว่าเราพิจารณาเสียก่อน

           ตั้งแต่พื้นเท้าถึงปลายผม จากปลายผมถึงพื้นเท้าของเรานั้น เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาทั้งหมด ขาของเราก็เป็นอนิจจัง เป็นทุกขัง เป็นอนัตตา มือของเราเท้าของเราก็เป็นอนิจจัง เป็นทุกขัง เป็นอนัตตา ตาของเราก็เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เป็นของไม่เที่ยงทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ทั้งหมดทั้งสิ้น แม้หูของเรา แม้จมูกของเรา แม้ลิ้นของเรา แม้กายของเรา ก็เป็นอนิจจังเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกขัง เป็นอนัตตา ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

           หรือว่าสิ่งที่มาประกอบกับตาคือรูป สิ่งที่มาประกอบกับหูคือเสียง สิ่งที่มาประกอบกับจมูกคือกลิ่น สิ่งที่มาประกอบกับลิ้นคือรส หรือว่าสิ่งที่มาประกอบกับกายของเราคือการสัมผัสเย็นร้อนอ่อนแข็งต่างๆ สิ่งเหล่านี้ก็เป็นอนิจจัง เป็นทุกขัง เป็นอนัตตา

           แม้สิ่งที่มาสัมผัสกับใจของเรา จะเป็นความโกรธ ความโลภ ความหลง จะเป็นบุญ หรือว่าจะเป็นบาป สิ่งเหล่านี้ก็เป็นอนิจจังเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกขังทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ แล้วก็เป็นอนัตตา

           ถ้าเราพิจารณาในลักษณะอย่างนี้แล้วว่าตาของเราเห็นรูป ตาของเราก็ไม่เที่ยง แม้รูปที่มากระทบตาของเราก็ไม่เที่ยงให้เราพิจารณาเห็นเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ความสุขความชอบใจความเสียใจที่เกิดขึ้นมาจากการที่ตาของเรากระทบรูปเกิดความสุขเกิดความชอบใจเกิดความไม่ชอบใจต่างๆ ความชอบใจความไม่ชอบใจความสุขความทุกข์นั้นก็เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

           หรือว่าขณะที่หูของเราได้ยินเสียง หูของเราก็เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เสียงก็เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา แม้ความชอบใจ ความเสียใจ ความสุข ความทุกข์ที่เกิดขึ้นมาเพราะการสัมผัสทางหูก็เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

           นี้ถ้าเราพิจารณาความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทางตาทางหูทางจมูกทางลิ้นทางกายทางใจ ทางอายตนะที่สัมผัสทั้ง ๖ อย่างนั้นก็ถือว่าเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาทั้งหมดทั้งปวงทั้งสิ้น

           เมื่อเราเห็นในลักษณะอย่างนี้แล้วเรามองไปดูรอบข้างของเรามีอะไรที่เป็นของเที่ยง มีอะไรที่ทนอยู่ในสภาพเดิมนั้นตลอดชั่วกาลนาน มีไหม อะไรที่เป็นตัวเป็นตนที่อยู่ชั่วกาลนานมีไหม นี้ให้พิจารณาดูรอบข้างของเราว่ามีอะไรที่เป็นของเที่ยงแท้แน่นอน ว่าอะไรที่เป็นสุขทนอยู่สภาพเดิมตลอดไปเป็นตัวเป็นตนที่แน่นอน

           เมื่อเราพิจารณาแล้วเราจะมองเห็นต้นไม้ ต้นไม้ก็เป็นของไม่เที่ยงเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เรามองเห็นกำแพง กำแพงก็เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา มองเห็นกุฏิ กุฏิก็เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา มองเห็นหอประปา หอประปานั้นก็เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา มองเอาสิ่งใดมาเป็นอารมณ์มาพิจารณา สิ่งทั้งปวงล้วนเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไม่มีอะไรเลยที่เป็นของเที่ยงแท้แน่นอนบรรดาที่มีอยู่ในโลกนี้

สถานปฏิบัติธรรมจอมทอง

๕๗/๑๓ บ้านดอนหัน ตำบลโพนงาม อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ๔๖๑๓๐

---------------------------------------------------------------------------

Copyright © 2013-2014, Jomthong Meditation Center. All Rights Reserved.