Get Adobe Flash player

หนังสือทำวัตรสวดมนต์แปล

หนังสือทำวัตรสวดมนต์แปล ฉบับ สถานปฏิบัติธรรมจอมทอง

พระครูสิริภาวนาภิรม

พระครูสิริภาวนาภิรม

พระครูสิริภาวนาภิรม

ผู้อำนวยการสถานปฏิบัติธรรมจอมทอง

หาอะไรอยู่เอ่ย ?

สถิติผู้เยี่ยมชม

002283548
วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ก่อน
เดือนนี้
เดือนก่อน
ทั้งหมด
65
1250
14470
14470
28676
53380
2283548

Forecast Today
1512

4.60%
12.69%
3.24%
3.05%
0.03%
76.39%
Online (15 minutes ago):16

Your IP:54.242.25.198

ผู้ออนไลน์อยู่ขณะนี้

มีสาธุชน 67 ท่าน ออนไลน์

ติดตามเราใน Facebookติดตามเราใน Google Plusติดตามเราใน Twitter

ธรรมบรรยาย เรื่อง "ปัจจัตตัง"

สารบัญ

           ต่อไปก็ขอให้คณะครูบาอาจารย์ได้ทำความสงบนั่งสมาธิภาวนาร่วมกัน ญาติโยมทั้งหลายที่ขึ้นมานั่งบนลานธรรมอาจจะแออัดกัน เพราะว่าต่างคนก็ต่างมา ต่างท่านก็ต่างมาสถานที่ลานธรรมก็คล้ายๆ ว่ามันจะคับแคบไป อันนี้ก็ขอให้ญาติโยมทุกท่านได้อาศัยกัลยาณมิตรได้ขยับเขยื้อนให้ลงรูปลงรอย อย่าให้ชิดกันเกินไป

           การนั่งภาวนานั้นให้ห่างกันอย่าให้เนื้อตัวมันถูกกัน ถ้าเนื้อตัวถูกกันแล้ว บางรูปบางท่านอาจจะหัวเข่ากระดุกกระดิก อาจจะแขนขาเคลื่อนไหวก็จะทำให้คนที่อยู่ใกล้ชิดกันนั้นเกิดความสะดุ้งตกใจแล้วก็จะทำให้พรากออกจากสมาธิ

           บางครั้งก็ไม่เจตนาว่าอยากจะให้มันเป็นบาป แต่มันก็เป็นไปเพราะว่าเรากำลังเข้าสมาธิจิตใจกำลังคล้อย จิตใจกำลังละเอียดลงไปๆ เมื่อเรามีสติกำหนดบทพระกรรมฐาน มีสติกำหนดอาการพองอาการยุบ เมื่อเรามีสติพิจารณาเห็นต้นพองกลางพองสุดพอง ยกจิตขึ้นสู่อารมณ์กรรมฐานแล้วจิตมันก็จะเริ่มละเอียด

           เมื่อจิตเริ่มละเอียดสมาธิก็เริ่มก่อตัว เมื่อสมาธิมันเริ่มก่อตัวจิตของเรามันดิ่งลงไปๆๆ ในสมาธิในลักษณะอย่างนั้น เรากำลังประคับประคองให้จิตของเรามุ่งตรงสู่สมาธิอยู่นั้น ก็มีคนมากระทำให้เราสะดุ้งตกใจ ในลักษณะอย่างนี้เรียกว่าเป็นผู้ขวางทางแห่งสมาธิของบุคคลอื่น ไม่อยากเป็นบาปมันก็เป็นเองเรียกว่าบาปโดยไม่เจตนา

           บางครั้งบางรูปบอกว่าไม่มีเจตนาไม่เป็นไร เราเหยียบมดก็ดีเหยียบแมงก็ดีไม่มีเจตนาบาปมันไม่มาก อันนั้นมันเป็นส่วนแห่งมดแห่งแมง แต่ว่าส่วนแห่งจิตถ้าเราไม่มีเจตนาแต่ว่าจิตของบุคคลนั้นเป็นมหัคคตาจิต บางครั้งไม่มีเจตนาเราทำเช่นนั้นไปก็ทำให้เรานั้นไม่สามารถเข้าสู่สมาธิได้ เราเองก็พลอยฟ้าพลอยฝนเข้าสมาธิกับเขาไม่ได้ในลักษณะอย่างนั้น เพราะฉะนั้นก็ขอให้คณะญาติโยมคณะครูบาอาจารย์พยายามหาความสัปปายะเป็นของของตน

           เพราะว่าการประพฤติปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนานั้น ถ้าสรุปแล้วเป็นศาสนาปัจจัตตัง เป็นศาสนาเฉพาะตน ถึงว่าเราจะอาศัยสงฆ์เป็นเครื่องยังพระศาสนาให้อยู่รอดปลอดภัยมาจนถึงทุกวันนี้ พระศาสนานั้นไม่ได้มอบให้แก่พระสารีบุตร ไม่ได้มอบให้แก่พระมหากัสสปะ ไม่ได้มอบให้แก่พระอานนท์แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงมอบให้แก่สงฆ์ทั่วทั้งมณฑลเป็นผู้รักษาพระศาสนา เพราะฉะนั้นการอุปสมบท การยกบุคคลธรรมดาให้เข้าสู่ภาวะของภิกษุในพระพุทธศาสนานั้นจึงอาศัยสงฆ์ สงฆ์นั้นเป็นผู้สืบหน่อสืบแนว เป็นเมล็ดพันธุ์คอยที่จะสืบพระศาสนาให้บริสุทธิ์บริบูรณ์มาถึงขนาดนี้

           เพราะฉะนั้นเราอาศัยสงฆ์เป็นอยู่แต่แนวทางประพฤติปฏิบัติตามหลักของพระธรรมวินัยจริงๆ แล้วเป็นปัจจัตตัง เป็นของเฉพาะตน ให้คณะครูบาอาจารย์ญาติโยมทุกท่านที่มาร่วมกันประพฤติปฏิบัตินั้นอย่าพะว้าพะวงถึงอารมณ์รอบข้างจนเกินไป

           เราอยู่ร่วมกันเป็นจำนวนมาก อาจจะมีคนมามากหลายอำเภอหลายจังหวัด เมื่อมาแล้วก็เกิดความคุ้นเคยเกิดความสนทนาเกิดความต่างอารมณ์ต่างๆ ก็ทำให้จิตใจฟุ้งไปตามอารมณ์นั้นๆ ในลักษณะอย่างนี้เรียกว่าเราพะว้าพะวงกับสิ่งที่อยู่รอบข้างจนเกินไป

           แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ทรงตรัสพระธรรมวินัยตั้งแต่เบื้องต้น ท่ามกลาง จนถึงที่สุด กระผมก็พิจารณา เมื่อพิจารณาแล้วก็คิดว่าพระธรรมวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเป็นปัจจัตตังทั้งหมด เป็นของเฉพาะตนทั้งหมด

           อย่างเช่นเราพิจารณาเรื่องศรัทธา ศรัทธานี้เกิดจากการฟังเทศน์ก็ดี เกิดจากการฟังธรรมก็ดี แต่ศรัทธานั้นมันเกิดขึ้นในใจ เราต้องตั้งใจฟัง เราต้องขวนขวายฟัง เราต้องเงี่ยหูฟัง เราต้องน้อมใจฟัง นี้มันเป็นความเพียรส่วนตัวของเราที่จะต้องน้อมใจฟังที่จะตั้งใจฟังที่จะส่งจิตส่งใจพิจารณาการฟังธรรมนั้นโดยแยบคาย ศรัทธาจึงเกิด

           ศรัทธานั้นมันเกิดขึ้นมาเพราะความเป็นปัจจัตตังของเรา เป็นของเฉพาะตน บุคคลอื่นจะเทศน์ดีขนาดไหนก็ตาม จะมีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ขนาดไหนก็ตาม ถ้าใจของเราไม่เลื่อมใส ใจของเราไม่คล้อยตามมันก็ไม่เกิดศรัทธา เพราะฉะนั้นศรัทธาจึงเกิดขึ้นมาจากจิตของเรา เกิดขึ้นมาจากความน้อมใจเชื่อของเรา จากการพิจารณาด้วยธรรมะของเรา

           เพราะฉะนั้นศรัทธานั้นจึงเป็นปัจจัตตังเป็นสิ่งที่เราจะต้องทำให้เกิดขึ้นมาเอง เป็นเหตุให้เรานั้นต้องทำให้ปรากฏขึ้นมาเอง หรือเราพิจารณาในเรื่องศีล ศีลนี้ก็เป็นปัจจัตตัง ญาติโยมสมาทานศีล ๘ ก็ดี คณะครูบาอาจารย์อุปสมบทยกตนขึ้นสู่ภาวะของพระภิกษุ รักษาศีล ๒๒๗ ข้อ การรักษาศีลก็เป็นของเฉพาะตน บุคคลจะล่วงศีลต่างๆ ก็ล่วงเฉพาะตน บาปเฉพาะตนบุญเฉพาะตนอันนี้มันเป็นของเฉพาะตนบริสุทธิ์เฉพาะตน ถ้าภิกษุใดรักษาไม่ดีก็เป็นบาปเฉพาะภิกษุนั้น แต่ถ้าภิกษุใดรักษาดีภิกษุนั้นก็บริสุทธิ์บริบูรณ์เฉพาะภิกษุนั้นเรียกว่าเป็นของเฉพาะตน

           หรือเรากล่าวถึงความเพียร ความเพียรนั้นมีอยู่มากมายแต่ว่าการที่จะมีความเพียรนั้นก็เป็นของเฉพาะตนอีก บุคคลอื่นจะมากล่าวความเพียรมากมายขนาดไหนก็ตาม วิริเยน ทุกฺขมจฺเจติ คนล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียร ความเพียรอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น ผู้ใดมากด้วยความเพียรปริยัติจัดเจน เรียนค่ำเช้า ปฏิบัติบ่พาเหียรพร่ำพิสูจน์เสมอนา ปฏิเวธย่อมนำเข้าสู่แคว้นแดนเกษม

           เราจะกล่าวขนาดไหนก็ตาม แต่ถ้าจิตใจของบุคคลนั้นไม่คล้อยไม่พิจารณาธรรมจริงๆ แล้วความเพียรมันไม่เกิดขึ้นมาในใจ เพราะว่าความเพียรนั้นมันก็เป็นปัจจัตตัง เป็นสิ่งที่เราทำให้เกิดเฉพาะตน นั่งอยู่รอบข้างกันบางรูปอาจจะเกิดความเพียร บางรูปอาจจะเกิดความเกียจคร้าน อันนี้ก็แสดงว่าความเพียรนั้นมันเป็นปัจจัตตังอยู่แล้ว เราพิจารณาถึงสติ สตินี้ก็เป็นปัจจัตตัง ผู้ใดหมั่นกำหนด หมั่นตั้งสติ พิจารณาตามอาการของการคู้ การเหยียด การก้ม การเงย การกิน การดื่ม การพูด การคิด การทำกิจอะไรๆ ก็ตาม

           ถ้าบุคคลนั้นมีสติหมั่นตั้งสติอยู่ตลอดเวลา เผลอแล้วตั้งใหม่ในลักษณะอย่างนี้สติก็จะปรากฏชัดอยู่กับบุคคลนั้น เพราะฉะนั้นบุคคลใดไม่ตั้งสติไม่หมั่นกำหนด ปล่อยจิตปล่อยใจให้ไปตามธรรมชาติ มันอยากพูดก็พูด มันอยากคุยก็คุย มันอยากคิดอะไรต่างๆ ก็ปล่อยให้มันไปตามธรรมชาติ สติก็ไม่ตั้งมั่นแก่บุคคลนั้น

           เพราะฉะนั้นสติจึงเป็นของปัจจัตตัง เป็นของเฉพาะไม่ได้ทั่วไปไม่เป็นของสาธารณะธรรม แต่ว่าเป็นของบุคคลผู้มีความเพียรบากบั่นจึงจะสามารถยังตัวนั้นให้เกิดขึ้นมาได้ ไม่ใช่ว่าเราเข้ามาบวชแล้วสติมันจะสมบูรณ์เลย มาเข้ากรรมฐานนั้นสติมันสมบูรณ์เลยนั้นไม่ใช่ ต้องเป็นผู้ขยันหมั่นเพียรตั้งสติอยู่เป็นประจำ หมั่นกำหนดอยู่เป็นประจำ เผลอแล้วตั้งใหม่ๆ ในลักษณะอย่างนี้สติจึงจะสมบูรณ์ เพราะฉะนั้นสติก็เป็นปัจจัตตัง

           แล้วถ้าเรากล่าวถึงสูงขึ้นไปอีก กล่าวถึงเรื่องสมาธิ สมาธินั้นเป็นอะไร สมาธินั้นก็เป็นปัจจัตตังเหมือนกัน ถึงว่าครูบาอาจารย์จะแสดงธรรมเรื่องสมาธิมากมาย พระเดชพระคุณหลวงพ่อจะแสดงอุปมาอุปไมยมากมายกว้างขวาง แต่ถ้าคณะครูบาอาจารย์ไม่น้อมเอาธรรมะที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ในเรื่องสมาธิต่างๆ ไปประพฤติปฏิบัติแล้วสมาธิมันก็ไม่เกิด

สถานปฏิบัติธรรมจอมทอง

๕๗/๑๓ บ้านดอนหัน ตำบลโพนงาม อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ๔๖๑๓๐

---------------------------------------------------------------------------

Copyright © 2013-2014, Jomthong Meditation Center. All Rights Reserved.